เมื่อวานนี้ไปเรียนจัดดอกไม้ตามปกติ แต่ดอกไม้คราวนี้ "พิเศษ" กว่าทุกที
ทีแรกดูผ่านๆ ก็เห็นว่าเป็นดอกไม้สีม่วงเจิดมั่กๆ แต่พอดูดีๆ อ้าว....
สีม่วงๆ ที่ดูเหมือนดอกไม้ ที่จริงแล้วเป็นลูกไม้ละ

ปลายกิ่งด้านบนยังเป็นลูกสีเขียวๆ
แต่ด้านล่างกิ่งเป็นลูกที่แก่แล้วกลายเป็นสีม่วงแจ่มมาก
ยิ่งช่วงนี้กำลังปลื้มสีม่วงอยู่ด้วย
Tension Up อย่างมากเลยทีเดียวเชียวค่ะ

murasakishikibu001

murasakishikibu003

พอถามอาจารย์ว่าคุณดอกไม้สีเริ่ดนี่ชื่ออะไรคะ

"มุราซากิชิกิบุ" (紫式部)

คือชื่อของลูกไม้นี้ที่ยิ่งเสริมความเริ่ดดให้มากยิ่งขึ้นไปอีกฮ่ะ
เพราะว่าเป็นชื่อของนักเขียนนวนิยายหญิงคนแรกของโลก
ผู้ประพันธ์นวนิยายเรื่องแรกของโลกเช่นกันชื่อ

"ตำนานรักเก็นจิ" หรือ "เก็นจิโมโนกะตะริ" (源氏物語) นั่นเอง

นวนิยายเรื่องนี้เพิ่งฉลองครบรอบ 1000 ปีไป
เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2008 ที่ผ่านมานี่เอง
เนื้อเรื่องของนิยายเรื่องนี้ก็แสนจะร่วมสมัย เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
ความรักในสังคมไฮโซ ซึ่งก็คือในรั้วในวังของสมัยเฮอันนั่นเอง
นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศด้วย
แน่นอนว่าเริ่มด้วยภาษาอังกฤษ เอ...ภาษาไทยฉบับนิยายมีหรือป่าวน้า
มะใช่แฟนนิยายอ่ะ ไม่ค่อยมีความรู้ค่ะ
แต่ที่แน่ๆ นิยายระดับคลาสสิคเรื่องนี้มีฉบับการ์ตูนด้วยค่ะ

กรี๊ดดด แอบเสียใจที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ในฉบับการ์ตูนสักที
ปีที่แล้วเค้าก็ตีพิมพ์ออกมาใหม่สวยงามเพื่อร่วมฉลองครบรอบหนึ่งพันปีแต้ๆ

ข้าน้อยผิดไปแร้ววค่า งือ ไว้จะรีบไปหามาอ่านนะเจ้าคะ

สุดท้าย คุณมุราซากิชิกิบุ เนี่ยะ เธอได้รับเกียรติให้เป็นสุภาพสตรี
คนแรกที่ได้รับการตีพิมพ์ภาพบนธนบัตรค่ะ  เก๋!!!!

แต่เนื่องจากเธอมีชีวิตอยู่ในสมัยที่ยังไม่มีเทคโนโลยีภาพถ่ายอ่ะนะคะ
ภาพของเธอที่ได้รับการตีพิมพ์บนธนบัตรจึงเป็นภาพวาดค่ะ

murasakishikibu

2000yen

ซึ่งถ้านับกันจริงๆ เธอเป็นเกือบได้เป็นผู้หญิงคนแรก ที่มีภาพตีพิมพ์บนธนบัตรละ
(ข้อมูลอ้างอิงจากธนาคารญี่ปุ่น
http://www.boj.or.jp/type/ronbun/ron/research/data/ron0410b.pdf)
ที่ว่าเกือบ ก็เพราะว่าในสมัยเมจิ รัฐบาลได้ทำการออกธนบัตรเองโดยตรง
ซึ่งต่างจากธนบัตรที่ออกโดยธนาคารญี่ปุ่น
และในตอนนั้นมีการตีพิมพ์ภาพของ "จินงูโคโก" บนธนบัตร
กรี๊ดดดดด Who is she??!! คะเนี่ยะคะ 神宮皇后(じんぐうこうごう)
อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นมาก็นาน มะเคยได้ยินนะคร้าา
(แล้วมันเกี่ยวกันมะเนี่ยะ?)

เอาไปว่าไปควานหาประวัติท่านมา (เปลี่ยนจาก She เป็น ท่าน ทันควัน)
ก็ได้รู้มา(คร่าวๆ เนื่องจากคันจิยากมั่ก) ว่า
ท่านเป็นจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นในสมัยโบราณเมื่อราวปี ค.ศ.169 - 269
โอว เก๋กู้ด อีกแล้วค่า
แอบจิ๊ก เอ๊ย หาภาพจากเว็บของชาวบ้านเขามาให้ดูด้วยเจ้าค่ะ

tengukogo

http://www1.ttcn.ne.jp/~chigasaki-w.s/meiji01-okane.shtml
ส่วนสุภาพสตรีคนล่าสุด
ที่ได้รับเกียรติให้ตีพิมพ์ภาพของเธอลงบนธนบัตรนั้นคือ
"ฮิงูจิอิฉิโย" (
樋口一葉
)
ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงได้รับเกียรติให้เป็นบุคคลที่ตีพิมพ์บนหน้าธนบัตรค่ะ
เธอผู้นี้ก็เป็นนักประพันธ์นิยายที่มีชื่อเสียงมากอีกคนหนึ่งของญี่ปุ่น
มีชีวิตอยู่ในสมัยเอโดะ ก็ประมาณสมัยอยุธยาบ้านเรานั่นแล...

มีภาพที่จิ๊ก เอ๊ย อ้างอิงมาให้ชมอีกเช่นกัน เป็นธนบัตรราคา 5000 เยน
ซึ่งกำลังใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี่ละคะ....

5000yen 

 

เอิ่ม...ตอนอัพก็ว่าเกี่ยวกะเรื่องดอกไม้นะ...ไหงตอนจบกลายเป็นเรื่องแบงค์??
อ่า...แบบว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวงะคร๊าบบบ

ห้ามใจมะได้เจรงๆ ฮี่....

ก่อนจบวกกลับมาเรื่องดอกไม้อีกหน่อย
คราวนี้จัดแบบอิสระ เรียกว่า จิยูกะ (
自由花) ฮ่ะ
ไม่ได้จัดแบบนี้มาน๊านนาน ดีใจหลายๆ
และก็แน่นอนว่าสีม่วงของคุณมุราซากิชิกิบุเธอช่างแจ่มไร้ที่ติจริงๆ

jiyuka001

jiyuka002

murasakishikibu006 

murasakishikibu005

 

กรี๊ดดด สีม่วงงงงง 

The Making of Academic Regalia

posted on 28 Aug 2009 22:59 by luna-emuko  in JustTALK

โอววว เกิดมาไม่เคยจะคาดคิดว่า
วันหนึ่งจะมีโอกาสได้ออกแบบชุดครุยเจ้าค่ะ

แต่มันก็เป็นไปแล้ว!!!

 อันนี้ก็เนื่องมาจากว่า
ที่ญี่ปุ่นนั้นไม่มีธรรมเนียมการสวมชุดครุยรับปริญญา
บัณฑิตส่วนมากสวมชุดสูท หรือไม่ก็ฮากะมะ หรือ กิโมโน
จะมีก็แค่บัณฑิตด้านกฏหมายเท่านั้นที่จะมีชุดครุยแบบทนายใส่กัน

ที่จริงปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่า
ตอนรับปริญญาที่ญี่ปุ่นชาวไทยเราจะอยากใส่ชุดครุยกันหรอกนะคะ
แต่ว่า...
รุ่นพี่บัณฑิตชาวริวไดไม่น้อยที่เรียนจบแล้วกลับไปเป็นอาจารย์ที่ไทย
และเมื่อถึงงานพระราชทานปริญญาบัตรทีไร...

ก็เกิดปัญหาไม่มีชุดครุยจะใส่ถ่ายรูปกับบัณฑิตอ่ะสิ!!

นี่ก็คือที่มาของเรื่อง...ที่จริงเราเองไม่ได้กะจะเป็นอาจารย์หรอก
แต่คิดว่าการออกแบบชุดครุยให้ดูเป็น"บัณฑิตญี่ปุ่น" น่าจะสนุกดี
ก็เลยอาสาออกแบบ ซึ่งก็สนุกจริงๆ อย่างที่คิด
ไปหาข้อมูลครุยทั่วโลกมาอ้างอิง (เวอร์เชียะ)
จนได้แบบลูกผสมกิโมโนกะครุยแบบฝรั่งมา

และหลังจากแบบได้รับคำตอบโอเคจากรุ่นพี่และเพื่อนๆ
เราก็หอบเอาแบบชุดนั้นมาให้รินจังเพื่อนเลิฟช่วยตัดให้

งานออกมาดูดีกว่าที่คาดไว้ เป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสองสาว

แต่จะให้ทำอีกคงไม่เอาแร้วนะคร๊า เหอๆๆ

ของดี มีครั้งเดียว ฮ่าๆ

เกริ่นมานานแระแปะรูปเบื้องหลังการทำงานเลยดีกว่า...

*************************************

เริ่มจากคิดแบบกระดาษก่อน

 

Regalia01

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Regalia

 

 

หลังจากสร้างแบบกระดาษเสร็จ
ตัดผ้าตามแบบแล้ว ก็เริ่มลงมือเย็บๆๆ

ซึ่งแน่นอนว่าโดยรินจังเพื่อนเลิฟ

 

 

Regalia05

 

Rinchan

 

Regalia06

 

Regalia07

 

Regalia08

 

Regalia09

 

ชิ้นแรกที่เสร็จคือตัวเสื้อครุย
ด้านหลังเย็บตะเข็บตรงกลางแบบกิโมโนจริงๆ

 

Regalia10

 

แล้วแขนก็เสร็จตามมา

 

Regalia12

 

วันแรกตัวเสื้อหลักประกอบเสร็จ
(แต่หลังจากเรากลับบ้านแล้วนะ รินจังทำต่อให้ แตร๊งนะจ๊ะ จุ๊บๆ)

 

Regalia13

 

Regalia14

 

พอวันรุ่งขึ้นเราก็มาทำตัวคอปกกิโมโนกันต่อ
พร้อมกับเก็บรายละเอียดของตัวเสื้อ

 

Regalia03

 

Regalia11

 

Regalia15

 

ส่วนงานหลังจากนี้ เริ่มต้องช่วยลงมือพร้อมกันสองคน
ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูป

รู้ตัวอีกทีก็งานเสร็จแล้ว

 

Regalia16

 

Regalia17

 

Regalia18

 

Regalia019

 

เย้ๆๆๆ ปรบมือแปะ แปะ แปะ

ขอบคุณรินจังเพื่อนเลิฟมั่กๆ

ช่วยเราตั้งแต่ไปหาซื้อผ้า ซื้ออุปกรณ์ที่สำเพ็ง
แล้วก็ยังเคลียร์คิวมาช่วยตัดให้ตั้งสองวันด้วย จุ๊บๆๆ นะจ๊ะ

ไว้คราวหน้าจะไปชวนตัดชุดตุ๊กตามั่งเนาะ

ฮุฮิ ฮุฮิ

ปิดท้าย... เอาใจเพื่อนเลิฟหน่อย

แปะรูปกำลังเสริม หน่วยเชียร์ในการทำงานครั้งนี้ด้วยค่ะ

อิอิอิอิ

 

Rincats

 

ไปทำงานอยู่สองวัน
เล่นกะก๊วนแมวบ้านรินจังจนจำชื่อได้เลย
ที่จริงมีเจ็ดตัว แต่ในรูปหายไปสองหน่อ คือเจ้าอ้วนสุด กะ สมบูรณ์

 

Gingi

 

ปิดท้ายด้วยลูกชายคนโปรดของรินจัง

หนุ่มน้อยกิงกิมาช่วยถือเข็มหมุด

ขอบคุณรินจังอีกทีนะจ๊ะ เย้ๆๆๆ \(^^ )\

******************************************